ขั้นตอนการสร้างโรงงาน สร้างโกดัง สร้างคลังสินค้าด้วยระบบโกดังสำเร็จรูป สร้างเร็วคืนทุนไว กำไรดีมีความสุข
ก่อนอื่น มาทำความเข้าใจกับคำว่า “โกดังสำเร็จรูป” กันก่อนครับ หลายคนเข้าใจผิดว่าโกดังสำเร็จรูปคือโกดังน็อคดาวน์ หรือไม่แข็งแรง แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่แบบนั้นเลยครับ โกดังสำเร็จรูป หรือที่เราเรียกว่า PEB (Pre-Engineering Building) คือระบบก่อสร้างที่ ผลิตโครงสร้างทั้งหมดจากโรงงาน ผ่านการคำนวณทางวิศวกรรมอย่างละเอียด พอถึงหน้างาน เราก็แค่นำชิ้นส่วนพวกนี้มาประกอบด้วยระบบ Bolt System
ข้อดีคือ
- งานเร็วมาก เพราะทุกอย่างผลิตไว้พร้อม
- มาตรฐานเท่ากันทุกหลัง
- แข็งแรง ไม่ต้องกังวลเรื่องคุณภาพ
- รับประกันโครงสร้าง 10 ปีเต็ม
มาดูขั้นตอนการสร้างโกดังหรือโรงงานด้วยระบบโกดังสำเร็จรูปกันครับ
ถ้าทุกท่านทำแบบที่ผมแนะนำจะไม่ทำให้ทุกท่านต้องเสียค่าใช้จ่ายส่วนใดส่วนหนึ่งไปฟรีๆ สามารถสร้างได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ด้วยความสบายใจ ด้วยความสุข มาเริ่มขั้นตอนกันเลยครับ
1. ตั้งงบประมาณในใจ
เริ่มต้นจากการวางงบประมาณการก่อสร้างครับ จริงๆข้อนี้ก็เปรียบเสมือนเราจะซื้อรถหรือบ้าน ถ้าไม่รู้ว่าจะใช้เงินเท่าไหร่ มันจะไปต่อยากมาก เราจะตั้งต้นได้ไม่ถูก หลงทางไปมา ดังนั้นไม่ต้องปกปิดงบประมาณกันครับ ตั้งเลยว่าจะทำในงบประมาณ ที่เท่าไหร่ เพราะงบประมาณ คือสิ่งที่บอกเราว่า “เราสร้างได้แค่ไหน ดีแค่ไหน ขอบเขตเท่าไหร่”
ราคาโดยประมาณ (เบื้องต้นนะครับ):
ขนาดโกดัง | ความสูง | งบประมาณโดยเฉลี่ย |
100–299 ตร.ม. | 6 - 8 ม. | 7,000 – 15,000 บาท/ตร.ม. |
300–499 ตร.ม. | 6 - 8 ม. | 6,200 – 15,000 บาท/ตร.ม. |
500–1,000 ตร.ม. | 6 - 8 ม. | 6,000 – 15,000 บาท/ตร.ม. |
มากกว่า 1,000 ตร.ม. | 6 - 8 ม. | 5,500 – 15,000 บาท/ตร.ม. |
ตัวอย่างง่ายๆ
- ถ้าทำโกดังขนาด 300 ตร.ม. งบประมาณจะอยู่ประมาณ 1.86-4.5 ล้านบาท
- ถ้าทำ 500 ตร.ม. จะอยู่ที่ 3.0–7.5 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับสเปคครับ
โดยแบ่งเป็นเบื้องต้น
- ค่าโครงสร้าง (เสา ผนัง หลังคา): 3,500–7,000 บาท/ตร.ม.
- ค่าฐานราก: 1,800–5,000 บาท/ตร.ม.
- ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ : 500-800 บาท/ตรม.
งบคือสิ่งแรกที่ต้องเคลียร์ในใจ เพราะจะช่วยให้เราวางแผนทุกอย่างได้แม่นยำครับ
2. วางแผนขนาดโกดังที่ต้องการ
ต่อมาคือดูว่าคุณต้องการโกดังหรือโรงงานขนาดเท่าไหร่ — กว้าง ยาว สูง เท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะพอคำนวณกันได้ ยกเว้น “ความสูง” ที่หลายคนไม่แน่ใจ
ผมแนะนำแบบนี้ครับ
- ถ้ามีรถสิบล้อหรือเทรลเลอร์เข้าโกดังได้สบาย ๆ ให้ทำประตูประมาณ 5 เมตร ความสูงโกดังหัวเสาที่ขั้นต่ำสูง 6 เมตร กำลังดี
- ถ้ามีเครนในโรงงาน ต้องดูสเปคเครนด้วยว่าต้องการระยะเท่าไหร่
- บางคนอยากได้โปร่ง โล่ง สบาย ก็เพิ่มความสูงตามความพอใจและงบครับ
- ต้องการวางเครื่องจักร วาง Rack วางสินค้า สูงกี่เมตร คำนวณเผื่อให้ดี
- ออกแบบ Lay out กระบวนการทำงานต่างๆ เพื่อกำหนด ความกว้าง ยาว ให้เหมาะสม เป็นต้น
3. ตรวจสอบที่ดินและข้อกฎหมาย
ขั้นตอนนี้สำคัญมากครับ ให้เอา โฉนดที่ดิน ไปปรึกษากับ เขต เทศบาล หรือ อบต. เพื่อเช็กว่าพื้นที่ของเราสร้างได้ไหม ต้องใช้ระยะร่นเท่าไร เพราะแต่ละพื้นที่จะมีกฎไม่เหมือนกัน ถ้ารู้ตรงนี้ก่อน จะช่วยลดปัญหาการขออนุญาตทีหลังได้เยอะเลยครับ ย้ำชัดๆ!! อย่าถามคนอื่น อย่าดูแต่ข้างเคียง ให้ไปถามเจ้าหน้าที่เท่านั้นนะครับ
4. ประเมินราคาก่อสร้างและเลือกผู้รับเหมา
สมัยก่อนเวลาอยากสร้างโกดัง ต้องจ้างเขียนแบบก่อน แล้วค่อยให้ผู้รับเหมาตีราคา บางทีก็เสียเวลา 3–4 เดือน แถมบางรายราคายังเกินงบอีกแต่ถ้ามาทำกับ Happy Meebaan ง่ายกว่ามากครับ แค่แจ้งขนาด กว้าง x ยาว x สูง เราสามารถตีราคาเบื้องต้นให้ได้เลยภายใน 30 นาที
ราคานี้จะรวมทั้ง
- งานโครงสร้าง
- งานฐานราก
- และแบบสำหรับขออนุญาตก่อสร้าง
ลูกค้าไม่ต้องเสียค่าแบบก่อน ถ้าราคาถูกใจถึงจะเริ่มขั้นตอนต่อไปครับ
5. เขียนแบบและขออนุญาตก่อสร้าง
เมื่อสรุปราคาเรียบร้อย เราก็เข้าสู่ขั้นตอนเขียนแบบจริง วิศวกรและสถาปนิกของเราจะดูแลให้ตามมาตรฐาน ถ้าคุณได้ไปเช็กกับเทศบาลหรือ อบต. ไว้ก่อนแล้ว ขั้นตอนนี้จะผ่านได้สบายครับ
6. เริ่มงานก่อสร้าง
ถึงตรงนี้ก็เข้าสู่ขั้นตอนที่หลายคนรอครับ — “ลงมือสร้าง” เราจะทำ สัญญาก่อสร้างอย่างชัดเจน
แบ่งจ่ายเป็นงวด ๆ เช่น
- มัดจำเริ่มงาน
- ชำระเมื่อเสร็จฐานราก
- ชำระเมื่อประกอบโครงสร้างเสร็จ
- และงวดสุดท้ายเมื่อส่งมอบงาน
ระหว่างที่ทำฐานราก โรงงานเราก็จะผลิตโครงสร้างไปพร้อม ๆ กัน พอฐานรากเสร็จ เราก็ประกอบได้ทันที ไม่ต้องรอนาน
สรุป
การสร้างโกดังหรือโรงงานด้วยระบบ โกดังสำเร็จรูป (PEB) ช่วยให้คุณได้อาคารที่ แข็งแรง มาตรฐานสูง ราคาคุ้มค่า และใช้เวลาสร้างสั้นกว่าระบบเดิมมาก ไม่ว่าจะเป็น โกดังเก็บสินค้า โรงงานผลิต หรือโกดังให้เช่า ระบบนี้ตอบโจทย์ทั้งในแง่ของ งบประมาณและเวลา ถ้าอยากได้คำปรึกษาฟรี ลองคุยกับเราได้เลยครับ