01
เช็กข้อกฎหมายที่ดิน
ทำอะไร: นำโฉนดไปติดต่อเขต/เทศบาล/อบต. เพื่อดูว่าที่ดินของเราสามารถ สร้างโกดัง หรืออาคารพาณิชย์ได้ขนาดพื้นที่มากที่สุดเท่าไหร่ มีระยะร่นเท่าไหร่
ผลลัพธ์: รู้ขีดจำกัดสูงสุดของพื้นที่ในการก่อสร้าง02
ประเมินการลงทุนและกลุ่มเป้าหมาย
ทำอะไร: ตัดสินใจว่าจะสร้างโกดังขนาดไหน (กี่ตร.ม./ กี่หลัง)
คำแนะนำ: เน้นกลุ่ม SME (ขนาดประมาณ 300-1,000 ตร.ม.) ที่มีต้นทุนก่อสร้างต่ำ (เฉลี่ย 5,500–7,000 บาท/ตร.ม.) ซึ่งตอบโจทย์ตลาดส่วนใหญ่ ทำให้คืนทุนได้ไว03
ทำการตลาดและหาลูกค้าก่อนสร้าง
ทำอะไร: เริ่มทำการตลาดทันที! ไม่ว่าจะเป็นการปักป้ายที่ที่ดิน หรือโฆษณาออนไลน์ (เว็บฟรี, DD Property, Facebook/YouTube)
ผลลัพธ์: เพื่อให้ได้ลูกค้ามาวางมัดจำก่อนเริ่ม สร้างโกดัง และได้ข้อมูลสำคัญว่าลูกค้าหลักของเราต้องการขนาดและค่าเช่าเท่าไหร่04
คำนวณจุดคุ้มทุน (Breakeven Point)
ทำอะไร: สำรวจราคาเช่าในพื้นที่ใกล้เคียง แล้วนำมาคำนวณ: จุดคุ้มทุน (เดือน) = เงินลงทุนรวม / ค่าเช่าสุทธิต่อเดือน
ตัวอย่าง: ลงทุน 1.8 ล้านบาท / ค่าเช่า 36,000 บาท/เดือน = คืนทุนใน 4 ปี 2 เดือน ขั้นตอนการลงมือทำ (เริ่มใช้เงิน)05
หาผู้สร้างโกดังที่ดีที่สุด
ทำอะไร: เลือกผู้ รับสร้างโกดัง ที่มีคุณธรรม และมีระบบการทำงานที่รวดเร็ว (อย่าง Happy Meebaan ที่ใช้ระบบสำเร็จรูป)
จุดเด่น: ได้งานตรงตามตกลง งบไม่บานปลาย และได้ราคาที่คุ้มค่าเหมือนผู้รับเหมาทั่วไป06
ทำสัญญากับลูกค้า
ทำอะไร: เมื่อได้แบบและราคาจากผู้สร้างแล้ว ทำสัญญาให้ลูกค้าวางมัดจำ 2 เดือน แล้วแจ้งกำหนดส่งมอบ (เช่น อีก 3 เดือน)07
ขออนุญาตก่อสร้าง
ทำอะไร: เมื่อได้แบบที่สมบูรณ์และมีลูกค้าชัดเจนแล้ว ค่อยเริ่มจ้างเขียนแบบเพื่อยื่นขออนุญาต08
ดำเนินการก่อสร้าง
ทำอะไร: เริ่มงาน สร้างคลังสินค้า หรือโรงงานตามแบบที่ขออนุญาต เมื่อเสร็จตามกำหนด ก็พร้อม ส่งมอบและทำรายได้